Archives สิงหาคม 2021

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

หลายๆ คนที่อยากจะขับรถยนต์ที่มีวางขายอยู่ที่ต่างประเทศ แต่ไม่มีการวางขายที่ไทย ซึ่งคุณอาจไม่เคยทราบขั้นตอนต่างๆ ในการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เราจึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอให้คุณได้ทราบกัน กับ สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

           นอกจากรู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ในการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัวจากต่างประเทศนั้น มีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควร แต่เพื่อเป็นการทำให้ถูกกฎหมาย และนำมาขับขี่ในประเทศไทยได้อย่างสบายใจนั้น ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง โดยวันนี้เราจะมานำเสนอขั้นตอนในการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัวที่ไม่ใช่รูปแบบตัวแทนจำหน่ายนำเข้าให้ทุกคนได้ทราบกัน รถยนต์นำเข้าส่วนตัวจากต่างประเทศนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ใช้แล้วและต้องการซื้อเพื่อนำเข้ามาใช้งานในประเทศ  และรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้และครอบครองในขณะที่อยู่ต่างประเทศ

รถยนต์นำเข้าส่วนตัว

                รถยนต์ส่วนตัวใช้แล้ว ซึ่งจะอธิบายง่ายๆ ก็คือรถยนต์มือสองที่ถูกขายทอดตลาดในต่างประเทศ แต่มีผู้ซื้อที่ไทยประสงค์จะซื้อและนำเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ประเภทดังกล่าวนี้ถูกห้ามในการซื้อเพื่อนำเข้ามาใช้งานในประเทศ เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่ซื้อและใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน ในขณะที่อยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้งต้องเป็นผู้อยู่อาศัยอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน จึงจะสามารถนำเข้ารถยนต์มือสองเข้ามาในประเทศได้ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้และครอบครองในขณะที่อยู่ต่างประเทศ ต้องมีการถือครองเป็นเอกสารสิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน และอาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือนเท่านั้น รวมไปถึงสภาพรถต้องเข้าตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น

สำหรับรถยนต์ส่วนตัว

เกณฑ์การขออนุญาตนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศมีดังนี้

กรณีของคนไทย

-สามารถนำเข้ามาได้คนละ 1 คันเท่านั้น

-ต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน

-ต้องถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน

-มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่รถยนต์นานาชาติ ในขณะที่ได้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

-ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่นำเข้าในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ในกรณีที่ตกทอดทางมรดกเท่านั้น

กรณีที่เป็นชาวต่างชาติ

                -สามารถนำเข้ามาได้คนละ 1 คันเท่านั้น

-ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปี และจะต้องได้รับอนุญาตให้สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย

-ในกรณีเป็นชาวต่างชาติที่เกษียณอายุหรือมีคู่สมรสเป็นคนไทย และต้องการมาอาศัยในประเทศ ก็สามารถนำเข้าได้เช่นเดียวกัน

-มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่รถยนต์นานาชาติ ในขณะที่ได้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

-ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่นำเข้าในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ในกรณีที่ตกทอดทางมรดกเท่านั้น

                ให้ทุกคนที่ต้องการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัว ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อมูลด้านบนนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ หากพบว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ตามคุณสมบัติเบื้องต้นนี้ ก็ทำการเตรียมเอกสารสำคัญ และทำสำเนาให้พร้อม เพื่อยื่นประกอบในการพิจารณาการนำเข้ารถยนต์ กับกระทรวงพาณิชย์ แล้วถ้าหากทางกระทรวงพาณิชย์และกรมศุลอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการนำรถไปจดทะเบียนนำเข้ากับกรมเจ้าท่าต่อได้เลย

                ขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้ามาในไทยหลังาจากที่ได้รับใบรับรองจากกรมศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องเข้าไปจดทะเบียนรถยนต์นำเข้าตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทยต่อ ซึ่งจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

จดทะเบียนรถยนต์

                ขั้นตอนแรกจะเป็นการเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ดังนี้

                -ใบรับรองการนำเข้าจากกรมศุลกากร (แบบ 32)

-สำเนาใบขนส่งสินค้าขาเข้า ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีอากรขาเข้า และบัญชีแสดงรายการสินค้า

-หลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมาย หลักฐานเพื่อแสดงการเป็นเจ้าของรถ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และหากเป็นนิติบุคคล ให้ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมกับตราประทับ (ถ้ามี)

-หนังสือเดินทาง โดยได้รับการตรวจลงตราวีซ่าแบบถูกต้องตามกฎหมาย (กรณีชาวต่างชาติ)

-หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่จากสถานทูต สถานกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยราชการหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือหนังสือรับรองการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

ขั้นตอนการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า จะมีขั้นตอนดังนี้

-สำหรับการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้าเพื่อใช้งาน มีขั้นตอนการขอจดทะเบียนดังนี้

-เดินทางไปขอจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

-ยื่นคำขอจดทะเบียนรถพร้อมแนบเอกสารต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐาน ยื่นขอตัดบัญชีรถ ที่ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์

-ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่งานทะเบียนรถ

-รับใบเสร็จรับเงิน แผ่นป้ายทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์

เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด ซึ่งเฉลี่ยในการทำการจดทะเบียน มักใช้เวลาไม่นาน ไม่เกินไปกว่า 3 ชม. โดยรถที่จดทะเบียนเจ้าของรถต้องมีภูมิลำเนาชัดเจน แต่ถ้าหากไม่มีภูมิลำเนาก็ทำการแจ้งจังหวัดที่จะเลือกใช้งานรถ และอีกอย่างสำหรับใครที่ส่งตัวแทนไปทำการ ควรทำหนังสือมอบอำนาจอย่างชัดเจน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนเซ็นสำเนาถูกต้องด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน แล้วเซ็นกำกับว่าใช้ในการจดทะเบียนรถนำเข้าเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกนำเอกสารไปปลอมแปลงเป็นอย่างอื่น

และสำหรับขั้นตอนที่เราได้เอามานำเสนอใน สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า ก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งเราเองก็หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ กับคนที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลอยู่ได้เป็นอย่างดี นอกจากรถแล้วคุณสามารถเข้าไปติดตาม แนะนำ 5 หนังไซไฟ โคตรดีที่ไม่ควรพลาดบน Netflix ที่จะเป็นบทความดีๆมาแนะนำเอาใจคนรักรถที่ชอบการดูหนัง

ปก-ลุยก่อนได้เปรียบกว่า-Mercedes-Benz-EQS-ลุยทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป

ลุยก่อนได้เปรียบกว่า Mercedes-Benz EQS ลุยทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป

ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์รถยนต์ต่างเริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการตลาดรูปแบบใหม่ ซึ่ง Mercedes Benz เป็นหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและวางตลาดแล้ววันนี้MOBILRECORD จะพาไปติดตามกันใน ลุยก่อนได้เปรียบกว่า Mercedes-Benz EQS ลุยทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป

ลุยก่อนได้เปรียบกว่า Mercedes-Benz EQS ลุยทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป

                เมื่อไม่นานมานี้ Mercedes Benz ในเยอรมนี ได้เปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารุ่นใหม่ชื่อว่า Mercedes-Benz EQS หรือรถไฟฟ้าซีดาน EQS ที่มันขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ซึ่งใช้ระบบเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้า 100%

Mercedes-Benz EQS

(Mercedes-Benz EQS)

                Mercedes Benz กล่าวว่า ในการออกแบบพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ Mercedes-Benz EQS ในครั้งนี้ เป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา แต่เขาทำมันออกมาได้ดีที่สุดโดย Mercedes-Benz EQS ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประกาศจุดเด่นสำคัญ 2 อย่าง ที่เราจะนำเสนอคือ Mercedes-Benz EQS ถูกสร้างมาบนรูปแบบ EV platform ที่เป็นการสร้างเป็นส่วนเฉพาะของรถยนต์ EV นอกเหนือจากนั้น Mercedes-Benz EQS ยังมีระบบ Over-The-Air ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทาง Mercedes Benz ได้มีการทดลองขึ้น เพื่อให้รถวิ่งบนถนนโดยมีแรงเสียดทานจากลมให้น้อยที่สุด ทำให้รถวิ่งได้เร็ว ไม่ต้านลมหรือที่เรียกว่า อากาศพลศาสตร์ นั่นเอง

                ซึ่งทาง Mercedes Benz จะมีการเปิดให้มีการสั่งจอง Mercedes-Benz EQS ได้ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แต่สำหรับในเยอรมนีเพียงเท่านั้น และหลังจากนั้นจึงจะทำการขยายตลาดไปยังสหรัฐประมาณช่วงปลายปี 2021 นี้ โดย Mercedes-Benz EQS จะถูกเปิดตัวด้วยรุ่นแสตนดาร์ดที่ราคา 135,529 ยูโร หรือราวๆ 5,421,160 บาท นอกเหนือจากนี้ก็จะมี Edition 1 trim อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งมีการอัพเดทออฟชั่นเพิ่มเข้าไปในรถหลายอย่าง โดยมีราคาอยู่ที่ 180,000 ยูโร หรือราวๆ 7,200,000 บาท

                นอกเหนือจากตัวรถแล้ว ทาง Mercedes Benz ก็จะมีอุปกรณ์เสริมที่แยกออกมาโดยมีการผลิตและจำหน่ายโดยศูนย์ Mercedes Benz เอง โดยมีออฟชั่นมากมายหลายอย่างให้เลือก ตัวอย่างเช่น ชุดแต่งภายนอก AMG, หลังคาบานเลื่อนพาโนราม่า, ล้อ 21 นิ้ว AMG และ Badging รวมถึงเบาะหนัง Designio Nappa

                อย่างไรก็ดีเราก็ต้องติดตามกันว่ามันจะได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ ของ Mercedes Benz ได้ดีซักเท่าไหร่กับ Mercedes-Benz EQS แต่สำหรับในการเปิดตัวครั้งนี้นั้นเป็นการกระตุ้นให้แบรนด์อื่นๆ ได้เริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแข่งขันทำการตลาดกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้อนาคตอันใกล้นี้เราจะได้พบกับรถยนต์สปอร์ตแบบไฟฟ้ากันออกมาให้เลือกอย่างมากมาย และจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาเพื่อแข่งขันกันในตลาดเพิ่มมากขึ้น

                สำหรับ Mercedes-Benz EQS ตัวนี้ เราก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีการนำเข้ามาทำตลาดในไทยหรือไม่ แต่หากมีการนำเข้ามาราคาค่าตัวของมันคงสูงขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากต้องผ่านกำแพงภาษีของไทยที่สูงลิ่วเข้ามานั่นเอง จึงจะทำให้คนไทยนั้นได้ขับรถที่ถูกนำเข้าแพงกว่าประเทศอื่นๆ

Mercedes-Benz EQS ภายใน

(Mercedes-Benz EQS ภายใน)

                เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ลุยก่อนได้เปรียบกว่า Mercedes-Benz EQS ลุยทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป หากเพื่อนๆ คนไหนกำลังเกาะติดกระแสรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ ก็หวังว่าข้อมูลที่ท่านได้รับนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านไม่มากก็น้อย สามารถเข้าไปติดตามบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่KORMOONROD

รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้

รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้

หลังจากที่เราได้แนะนำรถยุค’90 ไปแล้วเราก็มาต่อกับ รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้ เราเชื่อหนุ่มๆหลายคนกำลังมองหารถในฝันกันอย่างแน่นอนในยุคนี้ เพราะด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีรถสปอร์ตมากมายหลายรุ่นออกมาจำหน่ายให้เห็นกัน ซึ่งราคาแต่ละคนก็เรียกได้ว่าสามารถจับต้องได้หากมีทุนพอที่จะซื้อมาขับ บทความของMOBILRECORDจึงได้นำรถสปอร์ตหรูที่ราคาไม่แรงมากมาให้คุณได้ดูกัน จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลยครับ

แนะนำรถสปอร์ตหรู ราคาน่าเข้าถึงปี 2021

BMW I8 ROADSTER

BMW I8 ROADSTER

BMW i8 รถสปอร์ตไฮบริคที่มีดีไซน์สุดล้ำสมัยให้อารมย์เหมือนคุณกำลังขับซุปเปอร์คาร์รักโลก มีราคาอยู่ที่ 12.9 ล้านบาท มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบคู่ 1.5 ลิตร 231 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous electric motor 2 ตัว 142 แรงม้า จึงทำให้ i8 มีกำลังสูงถึง 374 แรงม้า สามารถวิ่ง 0-100 กม/ชม ในเวลาเพียง 4.6 วินาที และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 47.6 กม/ลิตร เรียกได้ว่า เร็ว แรง ประหยัดครบจบในคันเดียวเลยแหละครับกับคันนี้

PORSCHE 911 CARRERA

PORSCHE 911 CARRERA

ที่สุดของที่สุดรถสปอร์ตคงต้องยกให้ Porsche 911 รุ่นที่ 8 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร 444 แรงม้า ที่ให้ความเร็วจาก 0-100 กม/ชม เพียง 4.2 วินาที ที่ออกมาราคาขายอยู่ที่ 12.8 ล้านบาท เรียกได้ว่าดูดีมีสไตล์มากเลยกับรถคันนี้

NISSAN GTR 50TH ANNIVERSARY

NISSAN GTR 50TH ANNIVERSARY

อีกหนึ่งของรถซุปเปอร์คาร์ที่สร้างชื่อให้ประเทศญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น Nissan GTR มาพร้อมเครื่อง ยนต์ V6 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ 555 แรงม้า ที่สามารถหาซื้อได้ในราคา 11.3 ล้านบาท และรุ่นธรรมดาจะมีราคาอยู่ที่ 5.5 ล้านบาท เรียกได้ว่าต้องมีไปจับจองเป็นเจ้าของซักคันแล้วกับ Nissan GTR

LOTUS EVORA

LOTUS EVORA

LOTUS EVORA รถสปอร์ตที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Toyota 2GR-FF V6 3.5 ลิตร ตัวแรง 276 แรงม้า กินน้ำมันเพียง 15 กม/ลิตร ที่หาซื้อได้ในราคาเพียง 7.9 ล้านบาท ซึ่งราคามือสองเองจะอยู่ที่ 3 ล้านกว่าๆ เองซึ่งเหมาะสำหรับคนมีสไตล์เรียบหรูเป็นอย่างมาก

JAGUAR F-TYPE

JAGUAR F-TYPE

มากับคันนี้ที่เปิดราคาที่  6.9 ล้านบาท พร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ 300 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที ที่กินน้ำมันเพียง 13.8 กม/ลิตร สำหรับคนไหนที่ต้องการความเร็วแบบออฟชั่นจัดเต็มต้องคันนี้เลยครับท่าน

เป็นยังไงกันบ้างครับกับแต่ละรุ่นที่เราได้หยิบยกมาฝากคุณในวันนี้แค่เห็นออฟชั่นมาพร้อมกับสเป็คแล้วต้องรียไปจับจองกันเลยทีเดียวใช่ไหมครับ แต่ทั้งนี้คุณเองสามารถเข้าไปติดตามบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่KORMOONRODเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวมข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่ติดตามเราไม่มากก็น้อย หวังว่าจะได้รับประโยชน์จากบทความที่เรานำมาฝากในวันนี้นะครับ!

รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค '90

รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90

คุณรู้ไหมว่าช่วงหนึ่งรถสปอร์ตญี่ปุ่นเคยเข้ามามีบทบาทอย่างมากในเมืองไทยในช่วงหนึ่ง ยิ่งในช่วง 1990 มีการเปิดเสรีรถยนต์นำเข้า ทำให้มีรถสปอร์ตญี่ปุ่นเข้ามานิยมเป็นอย่างมากในไทย บทความของทาง MOBILRECORD จะพาคุณไป รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ที่สายซิ่งในบ้านเราต้องเคยมีขับมาก่อนกันครับ

รถสปอร์ตญี่ปุ่นยุค ’90

Toyota Supra JZA80

ta Supra JZA80

รถสปอร์ตจากทางค่าย Toyota ที่ใครๆต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบสปอยเลอร์หลังที่เป็นรูปตัว U ควำที่เมื่อก่อนมักโดนแซวว่ามีราวตากผ้าติดรถ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงที่ในปัจจุบันนั้นจะหามาขับแทบไม่ได้แล้ว เพราะมีให้เห็นน้อยมาก ซึ่งที่อยู่ใต้ฝากระโปงลงไปของ Supra คือ 2JZ-GTE โดยปัจจุบันมีการพูดถึงเป็นอย่างมากว่าจะมีการนำ  Supra กลับมาอีกครั้ง แต่ก็โดนเลื่อนออกไปตลอดจนถึงปัจจุบัน

Honda NSX

Honda NSX

Road Car ที่ถือได้ว่าทำออกเป็นรถสปอร์ต ที่สามารถใช้งานได้จริงของทาง Honda นั้น มีเป้าหมายพัฒนา NSX (New Sportcar eXperimental) เพื่อยกระดับตัวเองให้เทียบเคียงกับผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์อย่าง Ferrari ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาตั้งเป้าว่า NSX จะต้องยกระดับให้ขึ้นมาเทียบเคียงกับ 328 ตัวรถที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1984 จนมาเป็นรถ่นรถที่ออกสู่ตลาดในปี 1989 ที่อยู่มานานจนถึงปี 2005 ก่อนที่จะมีการเลิกผลิต จนกระทั่งปี 2015 ทาง Honda จะมีการเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 2 ออกมาให้สายซิ่งในบ้านเราไปตามกัน

Mazda RX-7 FD3S

 Mazda RX-7 FD3S

อีกหนึ่งสปอร์ตคาร์ที่ได้มีลูกสูบสามเหลี่ยมหมุนอย่าง Rotary เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 แต่ที่เรียกได้ว่าโด่งดังและมีการพูดถึงเป็นอย่างมากคือเจนเนอเรชั่น 2 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกับเจนเนอเรชั่น 3 ในรหัส FD3S ที่ได้เปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 1991 จนถึงปี 2002 กับเครื่องยนต์ Rotary แบบ 2 โรเตอร์ที่มีความจุ 1,300 ซีซี พร้อมเทอร์โบคู่ ที่รีดกำลังออกมาได้ 255-280 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย จากนั้นก้ได้หายไปจากตลาด และได้มีรุ่น RX-8 มาแทนที่ซึ่งไม่ค่อยตอบโจทย์คนเล่นรถกลุ่มเดิมมากซักเท่าไหร่

Nissan Silvia S14

Nissan Silvia S14

เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลกด้วยรุ่น 13 แต่ที่ได้รับความนิยมในไทยจริงๆ คือ S14 กับรูปร่างที่สวยและสปอร์ตขึ้นมากจาก S13 วมถึงยังมีทางเลือกของความเร้าใจกับเครื่องยนต์ในตระกูล SR ทั้งตัวธรรมดา และตัวแรงในรหัส SR20DET ที่มีกำลังในระดับ 215 แรงม้า และในตลาดบางแห่งเช่นในสหรัฐอเมริกา ยังมีทางเลือกของเครื่องยนต์ในรหัส KA24DE แบบ 2,400 ซีซีด้วย และขายในชื่อ 240SX

เป็นยังไงกันบ้างครับกับบทความที่เราพาคุณไป รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ที่เคยได้รับความนิยมในไทย เราเชื่อว่าคนรักรถทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน จะต้องไปหาซื้อมาเก็บไว้อย่างแน่นอนเลยครับ แต่คุณเองก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันในช่วงล็อกดาวน์แบบนี้ สามารถไปติดตามเว็บไซต์TURAKITDUNG ที่จะมีส่วนช่วยให้คุณมีสุขภาพดีๆในการขับรถได้นั่นเองครับ

ORA Good Cat GT 2022 เวอร์ชันสปอร์ต มีจำหน่ายที่จีน ราคาไม่เกิน 8 แสนบาท

ORA Good Cat GT 2022 เวอร์ชันสปอร์ต มีจำหน่ายที่จีน ราคาไม่เกิน 8 แสนบาท

ORA Good Cat GT 2022 เวอร์ชันสปอร์ต มีจำหน่ายที่จีน ราคาไม่เกิน 8 แสนบาท ORA เปิดเผยว่ารถไฟฟ้า Good Cat GT 2022 ใหม่ จะมีราคาจำหน่ายในจีนอยู่ระหว่าง 140,000 – 150,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยตกราว 710,000 – 760,000 บาท ส่วนราคาจำหน่ายที่แน่ชัดจะถูกประกาศอีกครั้ง

ORA Good Cat GT 2022

1

ORA Good Cat GT ถูกวางให้เป็นเวอร์ชันสปอร์ตในตระกูล Good Cat มาพร้อมกันชนหน้าดีไซน์พิเศษที่ช่วยเพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยแถบสีแดงสะดุดตา กันชนท้ายตกแต่งคล้ายกับดิฟฟิวเซอร์ ติดตั้งล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ดีไซน์เฉพาะรุ่นที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดง ปิดท้ายด้วยสปอยเลอร์เหนือประตูท้ายพร้อมสัญลักษณ์ GT สีแดง

ภายในห้องโดยสารของ ORA Good Cat GT ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาสลับแดง ตกแต่งแผงคอนโซลด้วยวัสดุแบบ 3D-Mesh มาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่และจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันเพื่อให้มีลักษณะยาวเป็นพิเศษ พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบ 2 ก้านตกแต่งด้วยสีดำ-แดง

2

ด้านขุมพลังของ ORA Good Cat GT ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 126 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 171 แรงม้า (PS) พร้อมด้วยแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนที่ช่วยให้ขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 501 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

3

ราคาจำหน่ายเบื้องต้นของ ORA Good Cat GT 2022 ใหม่ จะอยู่ระหว่าง 140,000 – 150,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยตกราว 710,000 – 760,000 บาท ส่วนราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะถูกประกาศอีกครั้ง

และใครที่กำลังลังเลว่าจะออกรถรุ่นไหนดี ทางเรามีบทความดี ๆ มาแนะนำกับ 5 รถยนต์น่าซื้อใช้งานปี 2021 หวังว่าจะถูกใจทุกคนกันนะ!

สายเอนเตอร์เทนตามมาทางนี้ เรามีเว็บไซต์ดี ๆ อย่าง newtvset มาบอกต่อ เว็บที่รวมเรื่องบันเทิง ข่าวทั่วไปในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่าง 10 อัลบั้มทำเงิน K-pop ในยุคนี้ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมกันนะ!