Category รถยนต์

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

หลายๆ คนที่อยากจะขับรถยนต์ที่มีวางขายอยู่ที่ต่างประเทศ แต่ไม่มีการวางขายที่ไทย ซึ่งคุณอาจไม่เคยทราบขั้นตอนต่างๆ ในการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เราจึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอให้คุณได้ทราบกัน กับ สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

           นอกจากรู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ในการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัวจากต่างประเทศนั้น มีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควร แต่เพื่อเป็นการทำให้ถูกกฎหมาย และนำมาขับขี่ในประเทศไทยได้อย่างสบายใจนั้น ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง โดยวันนี้เราจะมานำเสนอขั้นตอนในการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัวที่ไม่ใช่รูปแบบตัวแทนจำหน่ายนำเข้าให้ทุกคนได้ทราบกัน รถยนต์นำเข้าส่วนตัวจากต่างประเทศนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ใช้แล้วและต้องการซื้อเพื่อนำเข้ามาใช้งานในประเทศ  และรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้และครอบครองในขณะที่อยู่ต่างประเทศ

รถยนต์นำเข้าส่วนตัว

                รถยนต์ส่วนตัวใช้แล้ว ซึ่งจะอธิบายง่ายๆ ก็คือรถยนต์มือสองที่ถูกขายทอดตลาดในต่างประเทศ แต่มีผู้ซื้อที่ไทยประสงค์จะซื้อและนำเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ประเภทดังกล่าวนี้ถูกห้ามในการซื้อเพื่อนำเข้ามาใช้งานในประเทศ เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่ซื้อและใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน ในขณะที่อยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้งต้องเป็นผู้อยู่อาศัยอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน จึงจะสามารถนำเข้ารถยนต์มือสองเข้ามาในประเทศได้ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้และครอบครองในขณะที่อยู่ต่างประเทศ ต้องมีการถือครองเป็นเอกสารสิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน และอาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือนเท่านั้น รวมไปถึงสภาพรถต้องเข้าตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น

สำหรับรถยนต์ส่วนตัว

เกณฑ์การขออนุญาตนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศมีดังนี้

กรณีของคนไทย

-สามารถนำเข้ามาได้คนละ 1 คันเท่านั้น

-ต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน

-ต้องถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี 6 เดือน

-มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่รถยนต์นานาชาติ ในขณะที่ได้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

-ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่นำเข้าในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ในกรณีที่ตกทอดทางมรดกเท่านั้น

กรณีที่เป็นชาวต่างชาติ

                -สามารถนำเข้ามาได้คนละ 1 คันเท่านั้น

-ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปี และจะต้องได้รับอนุญาตให้สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย

-ในกรณีเป็นชาวต่างชาติที่เกษียณอายุหรือมีคู่สมรสเป็นคนไทย และต้องการมาอาศัยในประเทศ ก็สามารถนำเข้าได้เช่นเดียวกัน

-มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่รถยนต์นานาชาติ ในขณะที่ได้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ

-ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่นำเข้าในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ในกรณีที่ตกทอดทางมรดกเท่านั้น

                ให้ทุกคนที่ต้องการนำเข้ารถยนต์ส่วนตัว ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อมูลด้านบนนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ หากพบว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ตามคุณสมบัติเบื้องต้นนี้ ก็ทำการเตรียมเอกสารสำคัญ และทำสำเนาให้พร้อม เพื่อยื่นประกอบในการพิจารณาการนำเข้ารถยนต์ กับกระทรวงพาณิชย์ แล้วถ้าหากทางกระทรวงพาณิชย์และกรมศุลอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการนำรถไปจดทะเบียนนำเข้ากับกรมเจ้าท่าต่อได้เลย

                ขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้ามาในไทยหลังาจากที่ได้รับใบรับรองจากกรมศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องเข้าไปจดทะเบียนรถยนต์นำเข้าตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทยต่อ ซึ่งจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

จดทะเบียนรถยนต์

                ขั้นตอนแรกจะเป็นการเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ดังนี้

                -ใบรับรองการนำเข้าจากกรมศุลกากร (แบบ 32)

-สำเนาใบขนส่งสินค้าขาเข้า ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีอากรขาเข้า และบัญชีแสดงรายการสินค้า

-หลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมาย หลักฐานเพื่อแสดงการเป็นเจ้าของรถ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และหากเป็นนิติบุคคล ให้ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมกับตราประทับ (ถ้ามี)

-หนังสือเดินทาง โดยได้รับการตรวจลงตราวีซ่าแบบถูกต้องตามกฎหมาย (กรณีชาวต่างชาติ)

-หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่จากสถานทูต สถานกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยราชการหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือหนังสือรับรองการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า

ขั้นตอนการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า จะมีขั้นตอนดังนี้

-สำหรับการขอจดทะเบียนรถยนต์นำเข้าเพื่อใช้งาน มีขั้นตอนการขอจดทะเบียนดังนี้

-เดินทางไปขอจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

-ยื่นคำขอจดทะเบียนรถพร้อมแนบเอกสารต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐาน ยื่นขอตัดบัญชีรถ ที่ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์

-ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่งานทะเบียนรถ

-รับใบเสร็จรับเงิน แผ่นป้ายทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์

เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด ซึ่งเฉลี่ยในการทำการจดทะเบียน มักใช้เวลาไม่นาน ไม่เกินไปกว่า 3 ชม. โดยรถที่จดทะเบียนเจ้าของรถต้องมีภูมิลำเนาชัดเจน แต่ถ้าหากไม่มีภูมิลำเนาก็ทำการแจ้งจังหวัดที่จะเลือกใช้งานรถ และอีกอย่างสำหรับใครที่ส่งตัวแทนไปทำการ ควรทำหนังสือมอบอำนาจอย่างชัดเจน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนเซ็นสำเนาถูกต้องด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน แล้วเซ็นกำกับว่าใช้ในการจดทะเบียนรถนำเข้าเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกนำเอกสารไปปลอมแปลงเป็นอย่างอื่น

และสำหรับขั้นตอนที่เราได้เอามานำเสนอใน สิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนรถยนต์นำเข้า ก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งเราเองก็หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ กับคนที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลอยู่ได้เป็นอย่างดี นอกจากรถแล้วคุณสามารถเข้าไปติดตาม แนะนำ 5 หนังไซไฟ โคตรดีที่ไม่ควรพลาดบน Netflix ที่จะเป็นบทความดีๆมาแนะนำเอาใจคนรักรถที่ชอบการดูหนัง

รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้

รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้

หลังจากที่เราได้แนะนำรถยุค’90 ไปแล้วเราก็มาต่อกับ รวมรถสปอร์ตสุดหรู ราคาจับต้องได้ เราเชื่อหนุ่มๆหลายคนกำลังมองหารถในฝันกันอย่างแน่นอนในยุคนี้ เพราะด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีรถสปอร์ตมากมายหลายรุ่นออกมาจำหน่ายให้เห็นกัน ซึ่งราคาแต่ละคนก็เรียกได้ว่าสามารถจับต้องได้หากมีทุนพอที่จะซื้อมาขับ บทความของMOBILRECORDจึงได้นำรถสปอร์ตหรูที่ราคาไม่แรงมากมาให้คุณได้ดูกัน จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลยครับ

แนะนำรถสปอร์ตหรู ราคาน่าเข้าถึงปี 2021

BMW I8 ROADSTER

BMW I8 ROADSTER

BMW i8 รถสปอร์ตไฮบริคที่มีดีไซน์สุดล้ำสมัยให้อารมย์เหมือนคุณกำลังขับซุปเปอร์คาร์รักโลก มีราคาอยู่ที่ 12.9 ล้านบาท มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบคู่ 1.5 ลิตร 231 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous electric motor 2 ตัว 142 แรงม้า จึงทำให้ i8 มีกำลังสูงถึง 374 แรงม้า สามารถวิ่ง 0-100 กม/ชม ในเวลาเพียง 4.6 วินาที และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 47.6 กม/ลิตร เรียกได้ว่า เร็ว แรง ประหยัดครบจบในคันเดียวเลยแหละครับกับคันนี้

PORSCHE 911 CARRERA

PORSCHE 911 CARRERA

ที่สุดของที่สุดรถสปอร์ตคงต้องยกให้ Porsche 911 รุ่นที่ 8 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร 444 แรงม้า ที่ให้ความเร็วจาก 0-100 กม/ชม เพียง 4.2 วินาที ที่ออกมาราคาขายอยู่ที่ 12.8 ล้านบาท เรียกได้ว่าดูดีมีสไตล์มากเลยกับรถคันนี้

NISSAN GTR 50TH ANNIVERSARY

NISSAN GTR 50TH ANNIVERSARY

อีกหนึ่งของรถซุปเปอร์คาร์ที่สร้างชื่อให้ประเทศญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น Nissan GTR มาพร้อมเครื่อง ยนต์ V6 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ 555 แรงม้า ที่สามารถหาซื้อได้ในราคา 11.3 ล้านบาท และรุ่นธรรมดาจะมีราคาอยู่ที่ 5.5 ล้านบาท เรียกได้ว่าต้องมีไปจับจองเป็นเจ้าของซักคันแล้วกับ Nissan GTR

LOTUS EVORA

LOTUS EVORA

LOTUS EVORA รถสปอร์ตที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Toyota 2GR-FF V6 3.5 ลิตร ตัวแรง 276 แรงม้า กินน้ำมันเพียง 15 กม/ลิตร ที่หาซื้อได้ในราคาเพียง 7.9 ล้านบาท ซึ่งราคามือสองเองจะอยู่ที่ 3 ล้านกว่าๆ เองซึ่งเหมาะสำหรับคนมีสไตล์เรียบหรูเป็นอย่างมาก

JAGUAR F-TYPE

JAGUAR F-TYPE

มากับคันนี้ที่เปิดราคาที่  6.9 ล้านบาท พร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ 300 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที ที่กินน้ำมันเพียง 13.8 กม/ลิตร สำหรับคนไหนที่ต้องการความเร็วแบบออฟชั่นจัดเต็มต้องคันนี้เลยครับท่าน

เป็นยังไงกันบ้างครับกับแต่ละรุ่นที่เราได้หยิบยกมาฝากคุณในวันนี้แค่เห็นออฟชั่นมาพร้อมกับสเป็คแล้วต้องรียไปจับจองกันเลยทีเดียวใช่ไหมครับ แต่ทั้งนี้คุณเองสามารถเข้าไปติดตามบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่KORMOONRODเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวมข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่ติดตามเราไม่มากก็น้อย หวังว่าจะได้รับประโยชน์จากบทความที่เรานำมาฝากในวันนี้นะครับ!

รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค '90

รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90

คุณรู้ไหมว่าช่วงหนึ่งรถสปอร์ตญี่ปุ่นเคยเข้ามามีบทบาทอย่างมากในเมืองไทยในช่วงหนึ่ง ยิ่งในช่วง 1990 มีการเปิดเสรีรถยนต์นำเข้า ทำให้มีรถสปอร์ตญี่ปุ่นเข้ามานิยมเป็นอย่างมากในไทย บทความของทาง MOBILRECORD จะพาคุณไป รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ที่สายซิ่งในบ้านเราต้องเคยมีขับมาก่อนกันครับ

รถสปอร์ตญี่ปุ่นยุค ’90

Toyota Supra JZA80

ta Supra JZA80

รถสปอร์ตจากทางค่าย Toyota ที่ใครๆต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบสปอยเลอร์หลังที่เป็นรูปตัว U ควำที่เมื่อก่อนมักโดนแซวว่ามีราวตากผ้าติดรถ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงที่ในปัจจุบันนั้นจะหามาขับแทบไม่ได้แล้ว เพราะมีให้เห็นน้อยมาก ซึ่งที่อยู่ใต้ฝากระโปงลงไปของ Supra คือ 2JZ-GTE โดยปัจจุบันมีการพูดถึงเป็นอย่างมากว่าจะมีการนำ  Supra กลับมาอีกครั้ง แต่ก็โดนเลื่อนออกไปตลอดจนถึงปัจจุบัน

Honda NSX

Honda NSX

Road Car ที่ถือได้ว่าทำออกเป็นรถสปอร์ต ที่สามารถใช้งานได้จริงของทาง Honda นั้น มีเป้าหมายพัฒนา NSX (New Sportcar eXperimental) เพื่อยกระดับตัวเองให้เทียบเคียงกับผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์อย่าง Ferrari ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาตั้งเป้าว่า NSX จะต้องยกระดับให้ขึ้นมาเทียบเคียงกับ 328 ตัวรถที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1984 จนมาเป็นรถ่นรถที่ออกสู่ตลาดในปี 1989 ที่อยู่มานานจนถึงปี 2005 ก่อนที่จะมีการเลิกผลิต จนกระทั่งปี 2015 ทาง Honda จะมีการเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 2 ออกมาให้สายซิ่งในบ้านเราไปตามกัน

Mazda RX-7 FD3S

 Mazda RX-7 FD3S

อีกหนึ่งสปอร์ตคาร์ที่ได้มีลูกสูบสามเหลี่ยมหมุนอย่าง Rotary เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 แต่ที่เรียกได้ว่าโด่งดังและมีการพูดถึงเป็นอย่างมากคือเจนเนอเรชั่น 2 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกับเจนเนอเรชั่น 3 ในรหัส FD3S ที่ได้เปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 1991 จนถึงปี 2002 กับเครื่องยนต์ Rotary แบบ 2 โรเตอร์ที่มีความจุ 1,300 ซีซี พร้อมเทอร์โบคู่ ที่รีดกำลังออกมาได้ 255-280 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย จากนั้นก้ได้หายไปจากตลาด และได้มีรุ่น RX-8 มาแทนที่ซึ่งไม่ค่อยตอบโจทย์คนเล่นรถกลุ่มเดิมมากซักเท่าไหร่

Nissan Silvia S14

Nissan Silvia S14

เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลกด้วยรุ่น 13 แต่ที่ได้รับความนิยมในไทยจริงๆ คือ S14 กับรูปร่างที่สวยและสปอร์ตขึ้นมากจาก S13 วมถึงยังมีทางเลือกของความเร้าใจกับเครื่องยนต์ในตระกูล SR ทั้งตัวธรรมดา และตัวแรงในรหัส SR20DET ที่มีกำลังในระดับ 215 แรงม้า และในตลาดบางแห่งเช่นในสหรัฐอเมริกา ยังมีทางเลือกของเครื่องยนต์ในรหัส KA24DE แบบ 2,400 ซีซีด้วย และขายในชื่อ 240SX

เป็นยังไงกันบ้างครับกับบทความที่เราพาคุณไป รู้จักกับรถสปอร์ตญี่ปุ่นแห่งยุค ’90 ที่เคยได้รับความนิยมในไทย เราเชื่อว่าคนรักรถทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน จะต้องไปหาซื้อมาเก็บไว้อย่างแน่นอนเลยครับ แต่คุณเองก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันในช่วงล็อกดาวน์แบบนี้ สามารถไปติดตามเว็บไซต์TURAKITDUNG ที่จะมีส่วนช่วยให้คุณมีสุขภาพดีๆในการขับรถได้นั่นเองครับ

5 รถยนต์น่าซื้อใช้งานปี 2021

5 รถยนต์น่าซื้อใช้งานปี 2021

รถยนต์ ถือเป็นยานพาหนะ ที่เราใช้กันประจำ ซึ่งหากจะบอกว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญ ในการดำเนินชีวิตของเราก็ย่อมได้ แม้ว่าการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ในปี 2021 จะส่งผลกระทบ ต่อการเปิดตัวรถใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกไป แต่ช่วงครึ่งปีหลัง ที่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น ก็สามารถจัดเปิดตัวในครึ่งปีหลังได้แล้ว โดยวันนี้ mobilrecord มี 5 รถยนต์น่าซื้อใช้งานปี 2021 มาแนะนำ พร้อมแล้วไปดูกันเลยดีกว่า ว่าแต่ค่ายนั้นขนออฟชั่นพิเศษอะไร มาเพิ่มความอยากได้ของคนรักรถบ้าง

5 รถยนต์เปิดตัวใหม่ น่าซื้อใช้งานปี 2021

Honda City Hatchback 2021

1. Honda City Hatchback 2021

เรียกได้ว่าสร้างเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียว กับการเปิดตัวน้องใหม่ในตระกูล City จากค่ายดังในญี่ปุ่นอย่าง Honda กับรุ่นที่ชื่อว่า City Hatchback 2021 หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า Honda เป็นหนึ่งค่ายรถยนต์ของไทยที่ปลุกกระแสรถยนต์ท้ายตัด หรือตัวถังทรง Hatchback ให้กลับมาเปรี้ยงปร้างในกลุ่มคนรักรถได้อีกครั้งด้วย Civic 3 Door ช่วงต้นยุค 90 กับราคาสุดว้าว

ซึ่งในยุคนั้น Honda ยังถือว่าเป็นของหรูสำหรับคนทั่วไปอยู่ และอีกครั้งกับ Honda Jazz จนกลายเป็นดาวค้างฟ้าก่อนการมาถึงของโครงการอีโคคาร์ ซึ่งแน่นอนว่า Honda City Hatchback 2020 จึงมีความน่าสนใจอย่างที่สุด ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนกรอบซิตี้แบบเดิม ๆ ที่เราเคยเจอมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แถมมาในราคาเพียงห้าแสนนิด ๆ นี่น่าจะเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ครอบครัวดีไม่น้อนทีเดียว

Toyota C-HR 2021

2. Toyota C-HR 2021

สำหรับ Toyota C-HR 2020 ถือว่าออกมาแล้วสร้างความประทับใจ ให้กับสาวกโตโยต้าได้เป็นอย่างดี โดยจะสังเกตได้จากที่มีรถรุ่นนี้แล่นอยู่ทั่วประเทศไทย แน่นอนว่าในปี 2021 รถยนต์รุ่นนี้ ต้อมกลับมาตีตลาดให้ขาดกระจายอีกครั้งแน่นอน และที่น่าจับตาสำหรับ Toyota C-HR 2021 ใหม่ปรับโฉม อาจไม่ใช่ในเรื่องของดีไซน์ แต่เราคงพุ่งประเด็นไปที่ Toyota จะปรับเปลี่ยนการรับรู้ หรือโฟกัสกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไรให้เข้าใจตัวตนของ C-HR เพราะจริง ๆ แล้ว C-HR เป็นไลฟ์สไตล์ครอสโอเวอร์ทรงคูเป้ที่มีบุคลิกแรง เป็นตัวของตัวเองสูง ฉะนั้น เรื่องความสะดวกสบาย อาจจะไม่ใช่จุดขายของรถรุ่นนี้ก็ได้

MG Halo Car

3. MG Halo Car

MG ถือเป็นค่ายน้องใหม่ ที่มาแรงไม่น้อยเช่นกัน ในช่วง 2 – 3 ปีให้หลังมานี้ เพราะยอดขายค่อนข้างพุ่งแรง จนบางแห่งแซงหน้าเจ้าดัง 2 แบรนด์แรกไปเสียอีก ซึ่งรถยนต์ที่จะเปิดขายในปี 2021 เราจะขอเรียกว่า Halo Car หรือรถที่ใช้ “เรียกแขก” คล้ายกับที่ Nissan มี GT-R หรือ Toyota มี Supra ไว้ประดับไลน์อัพ และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ในไทยมากกว่าหวังกำไรจากยอดขายเป็นกอบเป็นกำ

ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถสปอร์ตเบาเก่าแก่ที่ขับสนุกจากเกาะอังกฤษ Morris Garages ซึ่งก่อนหน้าที่ผู้บริการของ MG ประเทศไทย เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า MG รุ่นใหม่ในไทยเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ไม่หวังยอดขายในปีนี้ ซึ่งถ้าให้รหัสจากประโยคดังกล่าว อาจเป็น MG E-Motion Concept ที่มาในเวอร์ชั่นผลิตจริง

Nissan Navara 2021

4. Nissan Navara 2021

Nissan เป็นอีกค่ายที่ออกรถยนต์รูปแบบใหม่ ๆ มาเอาใจคนใช้รถ ได้สมกับสภาพการใช้งานเสมอ ซึ่งเมื่อพูดถึงระกระบะ ที่ต้องบรรทุกของหลายสิ่งอย่าง Nissan Navara ถือเป็นรถที่ตอบโจทย์มาก ๆ ในส่วนของNissan Navara 2021 จะเปิดตัวในไทยทันภายในครึ่งหลังของปีนี้ มีการคาดเดาว่า Navara อยู่ในแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ A-Z รวม 12 รุ่น รอบโลกของ Nissan เพราะจะว่าไป Navara ค่อนข้างเป็นรถกระบะจากค่ายใหญ่ อาภัพด้านยอดขายมาตลอดนับจากหมดยุค BIG M ซึ่งข้อมูลที่เราทราบมาแบบค่อนข้างแน่ชัด คือตัวใหม่ที่จะมีการเปิดตัว จะไม่เหมือนและเล็กกว่า Nissan Frontier 2021 แน่นอน

Honda HR-V 2021

5. Honda HR-V 2021

ปิดท้ายกันที่รถยนต์จากค่ายดัง Honda กับรุ่นที่ชื่อว่า HR-V ที่จะกลับมาขโมยใจคนรักรถอีกครั้งในปี 2021 ความจริงแล้วในปี 2020 ที่ผ่านมา HR-V ยังเป็นรถที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหู และมีการซื้อขายที่อยู่ในระดับดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าตลาดรถยนต์ มันมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแม้ Honda HR-V และ Toyota C-HR ที่ว่ากระแสแรงยังโค่นไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่ายอดขายดันมาแพ้ม้ามืด MG ZS ไปง่าย ๆ เสียอย่างนั้น แถมล่าสุด Toyota ได้แก้เกม ส่ง Corolla Cross มาสู้ด้วยขนาดก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่าง HR-V และ CR-V คราวนี้เราต้องมาดูกันว่า ทาง Honda จะมีการแก้เกม ปรับรูปโฉมของ HR-V ที่จะเปิดตัวในปี 2021 ออกมาแบบไหน ให้กลับมาบูมได้เป็นพลุแตกอีกครั้ง

สำหรับใครที่แผนจะซื้อรถยนต์สักคัน เอาไว้เดินทางเราขอแนะนำว่า ให้อดใจรอกันอีกนิด รอดูรูปลักษณ์ และออฟชั่นต่าง ๆ ที่จะถูกใส่เอาไว้ในรถทั้ง 5 รุ่นนี้ก่อน เพราะเราเชื่อว่าแต่ล่ะค่ายจะขนมาแบบจัดเต็มแน่นอน บางครั้งการตัดสินใจซื้อก่อน มันอาจะทำให้ท่านเสียใจทีหลังก็ได้ ฉะนั้น อย่าเพิ่งรีบและอดใจรอกันอีกนิดนะคะ